สถานที่ท่องเที่ยวใดที่ท่านประทับใจมากที่สุด?
หอจดหมายเหตุ
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
วัดพระธรรมกาย
หออัครศิลปิน
 

 

การขอมีบัตรประจำตัวประชาชน
การขอมีบัตรใหม่
การขอเปลี่ยนบัตร
การขอตรวจภาพใบหน้า
การแจ้งเกิด
การแจ้งตาย
การแจ้งย้ายที่อยู่
การแจ้งขอเลขบ้านใหม่
การขอใบอนุญาตก่อสร้าง

แสดงรายการทั้งหมด

 

หลักในการทำสัญญา
สิทธิของผู้บริโภคตามกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภค ภาค 1
สิทธิของผู้บริโภคตามกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภค ภาค 2
สิทธิของผู้บริโภคตามกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภค ภาค 3
การฟ้องคดีโดยไม่ต้องมีทนาย
ชื่อสกุลของหญิงมีสามีนั้นสำคัญไฉน ภาค 1
ชื่อสกุลของหญิงมีสามีนั้นสำคัญไฉน ภาค 2

แสดงรายการทั้งหมด

 

เทศบาลเมืองรังสิต
สถานีตำรวจภูธร
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
ศูนย์พันธุวิศวกรรม
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

แสดงลิงค์ทั้งหมด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับอุบัติเหตุที่พบบ่อย

ข้อเท้าพลิก

สาเหตุ

          จากการกระทบกระแทก บิด หมุน ของข้อเท้า เช่น เดินตกหลุม หกล้ม อุบัติเหตุขณะเล่นกีฬา

ความเสียหายที่เกิด

          แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ
          Contusion ฟกช้ำดำเขียว ทำให้เกิดอาการปวด บวมเล็กน้อย มีเลือดตกคั่งในบริเวณที่บาดเจ็บ ยังคงสามารถเดิน ทำงานได้ตามปกติ
          Sprain เส้นเอ็นฉีกขาด มีได้ตั้งแต่เล็กน้อย จนถึงรุนแรง ตอนแรกๆมักจะไม่ปวด ไม่บวมมาก แต่เมื่อฝืนเดินต่อไป อาการจะรุนแรงมากขึ้น
          Fracture กระดูกหัก มักเกิดกับการบิดของข้อเท้าอย่างรุนแรง เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ เล่นกีฬาบางชนิด ทำให้เกิดอาการปวด บวม อย่างรุนแรง ข้อบิดเบี้ยวออกจากที่เดิม รับน้ำหนักไม่ได้ ปวดแม้ว่าจะอยู่เฉยๆ
          ความเสียหายส่วนใหญ่ที่เกิดกับข้อเท้าในชีวิตประจำวัน คือ Sprain ในระดับต้น ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ จึงจะรับน้ำหนักได้ดีเท่าเดิม

เกิดอะไรขึ้นภายใน

          เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น จะเกิดการปลดปล่อยของสารเคมีมากมายออกจากเซลล์ที่เสียหายนั้น (ได้แก่ Histamine, Serotonin, Slow-Releasing Substance, Prostaglandin , อื่นๆอีกมากมาย) รวมทั้งการส่งกระแสประสาทที่บ่งบอกให้รู้ถึงความเจ็บปวด ซึ่งต้องถือว่าขบวนการต่างๆนี้มีประโยชน์ เพราะทำให้ร่างกายรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย จะได้มีปฏิกิริยาตอบสนองได้ทันท่วงที           
          สารเคมีที่ปล่อยออกมาเหล่านั้น จะทำให้ผนังเส้นเลือดบริเวณนั้นมีอาการรั่วขึ้น น้ำเลือด เม็ดเลือดขาว จะไหลผ่านออกมาได้ง่ายขึ้น เกิดการบวม แดง เม็ดเลือดขาว แอนตี้บอดี้ จะมารุมกันบริเวณนั้น ก่อให้เกิดขบวนการอักเสบ ( Inflammation ) เกิดอาการร้อน
          สรุปคือ จะเกิดอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณนั้น เกิดการทำลายของเนื้อเยื่อแล้วจึงซ่อมแซมขึ้นภายหลัง
          และจะเห็นว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเลย แต่อาการแสดงออกเหมือนกับจะเป็นฝี ดังนั้น การทานยาปฏิชีวนะจึงไม่ได้ประโยชน์ในแง่นี้เลย ที่ถูกจะต้องใช้ยาบรรเทาการอักเสบ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

          หลักการมี 4 ข้อ ซึ่งขอสรุปเป็นตัวย่อว่า R I C E ( ไม่ได้แปลว่า ข้าวนะครับ !) ซึ่งวัตถุประสงค์คือ ต้องการลดปริมาณเลือดที่จะมาเลี้ยงบริเวณที่บาดเจ็บ

          R = Rest        พักเฉยๆ หยุดการเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำอีก แล้วยังลดการไหลเวียนของเลือดบริเวณที่บาดเจ็บด้วย
          I = Ice ใช้ถุงน้ำแข็ง หรือน้ำเย็นประคบ เพื่อลดการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณที่บาดเจ็บ เพราะความเย็นทำให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้ลดการบวม การห้อเลือด การฟกช้ำ
          C = Compression ใช้ผ้ายืดพันเคล็ด หรือจะใช้ผ้ายืดสำเร็จรูปก็ได้ เพื่อเป็นกาสรพยุงให้ข้อเท้าอยู่เฉยๆ หรือ ถืงแม้จะเคลื่อนไหว ก็ช่วยผ่อนแรงได้    
          E = Elevation   การยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงไว้ เพื่อลดการไหลเวียนของเลือด เพิ่มการไหลของเลือดออกจากบริเวณที่บาดเจ็บได้เร็วยิ่งขึ้น

          หลังจากผ่านไป 2-3 วัน แล้วจึงจะเปลี่ยนการดูแลใหม่ โดยใช้น้ำอุ่นประคบ เดินช้าๆ แต่ยังคงพันด้วยผ้ายืดเพื่อเป็นการพยุงข้อ ให้ทำงานน้อยลง ในขณะเดียวกัน การเดินช้าๆ ประคบน้ำอุ่นจะเป็นการฟื้นฟู ให้เลือดไหลเวียนมาซ่อมแซม และเป็นการยึดข้อ ป้องกันการยึดติดของข้อ

ผลเสียถ้าไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

          ในกรณีที่ท่านปฐมพยาบาลผิดขึ้นตอน เช่น การบีบนวด หรือ การประคบด้วยน้ำอุ่นตั้งแต่แรก จะเป็นการซ้ำเติมความเสียหาย บาดเจ็บให้รุนแรงขึ้น
          การที่ไม่พันผ้ายืดเวลาเคลื่อนไหว ทำให้ข้อที่บาดเจ็บอยู่ต้องทำงานหนัก การสมานของเส้นเอ็นไม่ดี เกิดอาการที่เรียกว่า ข้อหลวม เป็นสาเหตุให้เกิดอาการข้อพลิก แพลงได้ง่ายๆต่อไป และเกิดอาการอักเสบเรื้อรังต่อไป

การดูแลบาดแผล

บทสรุปที่น่าสนใจ

          ควรล้างแผลหรือรอยถลอกให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทันที และรักษาแผลให้สะอาดเป็นหลักการเบื้องต้นของการดูแลแผลทุกชนิด
          ควรหลีกเลี่ยงการใช้ แอลกอฮอล์ , ไฮโดรเยนเปอร์ออกไซด์ ชะแผล เนื่องจากทำให้การสมานแผลช้าลง
          ถ้าแผลมีขนาดใหญ่ ปริแยกมาก ควรพบแพทย์เพื่อเย็บแผล มิฉะนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
          ควรปรึกษาแพทย์ ถ้าเป็นแผลที่ลึก แต่ปากแผลเล็ก เพราะติดเชื้อได้ง่ายกว่าแผลทั่วไป
          ถ้าแผลมีลักษณะแดง บวม ปวดมากกว่าปกติ มีหนอง หมายถึงแผลติดเชื้อ

วิธีดูแลบาดแผลที่ถูกต้อง

          ขั้นแรกเมื่อเกิดบาดแผล ท่านควรล้างบาดแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาด หรือจะใช้น้ำเกลือ 0.9 % พยายามกำจัดสิ่งสกปรกแปลกปลอมที่แผลออกให้หมด
          ใส่ยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม
          ปิดบาดแผลด้วยผ้าก๊อซ เพื่อป้องกันฝุ่น ความสกปรกอื่น ซึ่งจะนำไปสู่การติดเชื้อในภายหลัง
          ทำความสะอาดแผลอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
          หลีกเลี่ยงการใช้ แอลกอฮอล์ ไฮโดรเยนเปอร์ออกไซด์ เนื่องจากทำให้การสมานแผลช้าลง

เมื่อไรจึงควรพบแพทย์?

          ผู้ที่มีสภาพเหล่านี้ควรพบแพทย์
          โรคเบาหวาน
          มะเร็ง
          ผู้ที่ได้รับยาที่กดภูมิต้านทานเช่นสเตียรอยด์
          ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำกว่าปกติ
          แผลที่มีปากแผลปริแยก ลึก จำเป็นต้องได้รับการเย็บ

ความเข้าใจผิด

          ยาล้างแผล ใส่แผล ยิ่งแสบยิ่งดี

          ที่ถูก คือ ที่ดีต้องไม่แสบ ไม่ระคายเคือง ดังนั้นที่ดีที่สุด คือ น้ำเกลือ 0.9% อันที่จริง การดูแลแผลที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องใส่ยาใดๆเลย เพียงแค่ล้างให้สะอาดเท่านั้นก็พอแล้ว

          เมื่อถูกของร้อนลวก ควรทายาสีฟัน น้ำปลา

          ควรดับความร้อนด้วยน้ำเย็นทันที ไม่ควรใช้น้ำแข็ง เพราะเป็นของแข็งซึ่งจะทำให้แผลช้ำ และควรใช้ว่านหางจรเข้ทา ซึ่งต้องระวังอย่าให้มีคราบของยางเหลือ

แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (Burns)

สาเหตุของ Burns

          Heat จากความร้อนโดยตรง
          Electricity จากไฟฟ้าแรงสูง ลักษณะนี้อาจเกิดความผิดปกติภายในร่างกายด้วย โดยที่ดูจากภายนอกไม่ทราบ ได้แก่ ความผิดปกติเกี่ยวกับการหดตัวของกล้ามเนื้อ ไตล้มเหลว เป็นต้น
          Chemical จากสารเคมี ส่วนใหญ่คือ กรดแก่ หรือ ด่างแก่ ได้แก่ กรดเกลือ โซดาไฟ กรดเติมแบตเตอรี่ เป็นต้น

ความรุนแรงของการ Burns

          แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ

          First-degree burns ผิวหนังแสบ ร้อน แดง ปวด หรืออาจเกิดพุพองขึ้นบ้าง เกิดการทำลายของผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น เกิดจากการโดนน้ำร้อนลวก ไอน้ำร้อน โดนแดดเผา
          Second-degree burns ผิวเป็นด่างๆดวงๆ บางจุดขาว บางจุดแดง เจ็บปวดมาก มักมีตุ่มพุพองเกิดขึ้นด้วย เกิดจากการโดนน้ำมันร้อน สารเคมี สัมผัสของร้อน
          Third-degree burns ผิวเป็นรอยไหม้ อาจปวดเล็กน้อย หรือไม่ปวดเลย เนื่องจากเส้นประสาทรับความรู้สึกถูกทำลาย เกิดจากการสัมผัสของร้อนเป็นเวลานานๆ , สารเคมีกัด, กระแสไฟฟ้าแรงสูง

          นอกจากนี้ ความรุนแรงยังขึ้นอยู่กับ

          ความกว้างของบริเวณที่ Burns
          ตำแหน่งที่เกิดการ Burns ตำแหน่งที่สำคัญได้แก่

          จมูก คอ ปาก ต้องการการรักษาทันที ไม่ว่าจะเป็นระดับใด เพราะอาจเกิดการบวม ทำให้เกิดการหายใจติดขัดได้
          อวัยวะสืบพันธุ์
          ตา
          เกิดรอบลำตัว

การปฐมพยาบาล และรักษา

          ถอดเครื่องเพชร กำไล แหวน หรือเครื่องประดับอื่นๆ  บริเวณนั้นทันที มิฉะนั้นอาจเอาไม่ออก เนื่องจากการบวม
          ห้ามใช้ น้ำมัน เนย ผงโรยแผล ยาสีฟัน น้ำปลา ซีอิ๊ว ทาเด็ดขาด เนื่องจากทำให้แผลสกปรก
          ราดบริเวณที่ Burns ด้วย น้ำเย็นโดยทันที ห้ามใช้ น้ำแข็ง หรือน้ำเย็นจัด เนื่องจากอาจทำให้เกิดความชอกช้ำ บาดเจ็บมากขึ้น
          ไปรับการฉีดวัคซีนกันบาดทะยัก เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ถ้าท่านไม่ได้รับวัคซีนนี้ในช่วง 5 ปีมาก่อน
          ถ้าเป็นระดับต้น First-degree burns ให้ใช้เจลว่านหางจระเข้ หรือ ยาฆ่าเชื้ออื่นๆที่เหมาะสม
          ถ้าเป็นระดับสอง และ สาม หรือ เป็นบริเวณสำคัญ ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากต้องการการรักษา และใช้ยาฆ่าเชื้อที่ดีกว่าทั่วไป เช่น Silversulfadiazine, Silver nitrate, Mafenide acetate

สิ่งของ แมลงเข้าหู

          สิ่งของในหู มักเป็นอุบัตเหตุที่เกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเกิดเหตุขึ้นมา ท่านไม่ควรพยายามนำออกด้วยตัวเอง แต่ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะมักพบว่าการแงะออกเองมักจะทำให้มีความรุนแรงมากกว่า
          เมื่อแมลงเข้าหู ไม่ควรไปเขี่ย หรือแคะออก วิธีที่ถูกต้องคือ ให้หยอดน้ำมันพืชลงไป สำหรับแมลงตัวเล็ก ก็จะวิ่งหนีออกมาได้เองเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าเป็นแมลงตัวใหญ่หน่อย อาจจะมีปัญหาในการกลับตัวออกมา ก็จะตายไป แล้วจึงไปพบแพทย์เพื่อให้นำซากแมลงออก
          ไม่แนะนำให้แคะหูเป็นประจำ ไม่ว่าจะด้วยเครื่องมือ หรือ ก้านสำลีก็ตาม เพราะอาจทำให้เกิดแผล อักเสบ บวมได้ง่าย และอีกอย่างคือ กลิ่นของขี้หูเป็นกลิ่นที่แมลงไม่ชอบ สามารถไล่แมลงได้ดี
          ถ้ามีขี้หูแห้งกรังมากเกินไป แนะนำให้ท่านซื้อยาละลายขี้หูซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไปมาหยอดสัก 2 วัน โดยทั่วไปยาจะทำให้ขี้หูยุ่ยหลุดออกมาได้เอง แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์เป็นผู้เขียออกจะดีกว่าเขี่ยเอง

ลมบ้าหมู ลมชัก

          อยู่ในความสงบ ใจเย็น เนื่องจากอาการชักจะต้องเป็นไป และจะหยุดเองเมื่อถึงเวลา
          ช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นจากการชัก เช่น ล้มหัวฟาดพื้น ตกน้ำ เป็นต้น หาหมอน หรือสิ่งที่นิ่มๆมาหนุนหัว คลายกระดุม เข็มขัด ให้หลวม สบายตัว โดยเฉพาะบริเวณ คอ
          ห้ามใช้อะไรงัดปากเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดบาดแผลในช่องปาก คนที่ชักจะไม่กลืนลิ้นตัวเองระหว่างการชัก ซึ่งผิดจากความเชื่อเก่าที่เคยทำกันมา
          ให้คนไข้นอนตะแคง เพื่อไม่ให้น้ำลายไหลลงไปจุกในคอ ไม่ต้องตกใจถ้าคนไข้อาจหยุดหายใจเป็นครั้งคราว
          นำส่งแพทย์ทันทีถ้าคนไข้ชักนานเกิน 5 นาที หรือมีการชักครั้งที่ 2 ตามมา เมื่อคนไข้ฟื้นขึ้นมา ให้ปลอบประโลมให้คนไข้รู้สึกสบายใจ

อุบัติเหตุที่เกิดกับดวงตา

บาดแผลที่ตา                   

          ปิดตาข้างที่บาดเจ็บด้วยผ้าสะอาด เช่น ผ้าเช็ดหน้าพับ แล้วใช้ผ้าพันทับอีกครั้ง อย่ากดหรือใช้แรงบนลูกตา การปิดตาทั้งสองข้างเป็นการป้องกันการเคลื่อนไหวของตาอีกข้างที่ปกติ

ถูกตีบริเวณตา                                   

          ใช้วิธีเดี่ยวกับบาดแผลที่ตา และประคลด้วยน้ำเย็นด้วยแทนที่จะใช้ผ้าปิดอย่างเดียว

สารเคมีเข้าตา                             

          รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก ใช้น้ำประปาก็ได้ เอียงศรีษะให้ตาที่ได้รับอันตรายเอียงลงข้างล่าง และให้น้ำไหลจากหัวตาไปทางหางตา เปิดตาทึ้งสองข้างไว้ด้วยมือ จนสารเคมีถูกชะล้างออกหมด จึงปิดตาด้วยผ้าสะอาด และไปพบแพทย์

วัตถุแปลกปลอมเข้าตา                                     

          อย่าพยายามเอาสิ่งต่อไปนี้ออกจากตาเด็ดขาด

          วัตถุที่ฝังอยู่ในลูกตา
          เศษโลหะ
          สิ่งของอยู่ในตาดำ

          ให้ปิดตา และหนังตาตามวิธีข้างบน และรีบส่งแพทย์

          สิ่งแปลกปลอมอื่นๆ เช่น เศษผง เศษดิน หรือขนตาที่ลอยอยู่บนตาขาว หรือแตะอยู่ที่หนังตา อาจนำออกด้วยวิธีต่อไปนี้

          ถ้ามองเห็นชิ้นเล็กๆอยู่บนตาขาวหรือหนังตาล่าง ใช้มุมผ้าเช็ดหน้าสะอาดๆจุ่มน้ำสะอาดเขี่ยออก หรือใช้สำลีพันปลายไม้ที่สะอาดเช็ดเบาๆ
          ถ้ามองไม่เห็นอะไรเลย จับแผงขนตาแล้วดึงหนังตาบนลงด้านล่างให้คลุมหนังตาล่างชั่วคราว สิ่งแปลกปลอมนั้นอาจหลุดไปได้
          ถ้าสิ่งแปลกปลอมยังอยู่ข้างใน ให้ลูกมองลงล่าง จับแผงขนตาแล้วดึงหนังตาบนออกมา
          ใช้ไม้ขีดหรือไม้พันสำลีวางบนหนังตาบนและพลิกหนังตาบนขึ้น ตอนนี้จะเห็นสิ่งแปลกปลอม
          ใช้ผ้าเช็ดหน้าทำตามวิธีข้อ 1

          ถ้าไม่สามารถเอาสิ่งแปลกปลอมออกมาได้ ให้ค่อยๆปิดตา แล้วรีบไปพบแพทย์ทันที

เลือดกำเดา

          เป็นปัญหาที่มักพบในเด็ก
          เกิดจากเส้นเลือดฝอยที่ในโพรงจมูกแตก
          สาเหตุที่เป็นไปได้ คือ

          หวัด
          การสั่งน้ำมูกบ่อย และแรง
          การแพ้
          ภาวะอากาศแห้ง
          การใช้ยาสเปรย์พ่นจมูกบ่อยๆ
          ถูกชกบริเวณจมูก

          ส่วนใหญ่จะไม่เกิดอันตรายร้ายแรง ส่วนน้อยที่จะรุนแรง ซึ่งมักเกิดจากการแตกของเส้นเลือดแดงในส่วนโพรงจมูกด้านใน ซึ่งเลือดมักจะหยุดยาก ประเภทนี้มักเกิดในผู้ใหญ่ ถูกชก หรืออุบัติเหตุ ความดันโลหิตสูง โรคที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ( Hemophilia ) หรือ มะเร็งในโพรงจมูก

การดูแลตัวเอง

          ก้มหน้ามาข้างหน้า ( ไม่ควรเงยหน้า เพราะเลือดจะไหลเข้าไปในโพรงจมูก ลงคอ )
          บีบจมูกด้วยนิ้วโป้ง และนิ้วชี้เบาๆ เป็นเวลา 15 นาที ตลอดเวลานี้ให้หายใจทางปาก
          ประคบภายนอกจมูกด้วยความเย็น ( ใช้ผ้านุ่มๆห่อน้ำแข็งไว้ )
          ภายในช่วง 24 ชั่วโมง หลังจากหายดีแล้ว หลีกเลี่ยงการก้มที่จะทำให้หัวอยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจ
          และภายในช่วง 24 ขั่วโมงนี้ ห้ามสั่งน้ำมูก หรือสูดน้ำมูก ห้ามยกของหนัก และออกกำลังกายอย่างรุนแรง

เมื่อไรจึงต้องพบแพทย์

          ถ้าเป็นเลือดกำเดาที่เกิดจากการกระแทก ชกที่ใบหน้า
          ถ้าปฏิบัติตามข้างบนแล้ว เลือดไม่หยุดไหลภายใน 15 นาที
          ถ้าท่านทานยาบางอย่างที่ทำให้เกิดเลือดกำเดา
          ถ้ามีอาการเลือดกำเดาบ่อยๆ

ที่มาของบทความ
http://www.geocities.com/vichiena/homefirstaid.php

 


 แสดงรายการทั้งหมด

 ลำดับ
 ลำดับที่
 วารสาร
 หนังสือพิมพ์
 ตาราง

 แสดงไฟล์ทั้งหมด

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ทำความรู้จักกับยุงลายและวิธีป้องกันยุงลาย
เทศกาล งานประเพณี และวันหยุดของไทย
ผู้สูงอายุกับหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้อง
รู้จักกับโรคนอนไม่หลับ และยุทธวิธีการแก้ไข
ครอบครัว สุข หรือ ทุกข์ ขึ้นอยู่กับปาก
รู้จักกับคำว่า ความเครียด ที่ทุกคนต้องเผชิญ
เคล็ดลับคู่ครัว สำหรับการเป็นแม่บ้านที่ช่ำชอง
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับอุบัติเหตุที่พบบ่อย

แสดงบทความทั้งหมด

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชุมชนเทพประธาน
ชุมชนซอยโรงเรียนบุญคุ้ม
ชุมชนผาไทผาเมือง
ชุมชนร่มเย็น-รุ่งสิน
ชุมชนร่มเย็น 1
ชุมชนพัฒนาเจริญรุ่ง
ชุมชนซอยศุภมิตร
ประทานพร
ชุมชนเนรมิตร
ชุมชนมิตรแท้
ชุมชนซอยหงสกุล
ชุมชนงามฉวี
ชุมชนมุสลิมคลองหนึ่ง
ชุมชนคุณพระ
ชุมชนพรทวีวัฒน์
ชุมชนรัตนะ
ชุมชนหมู่ 7 พัฒนา
ชุมชนซอยศิริภาพ
ชุมชนฟ้าคลองหลวง
ชุมชนแปดไร่งามฉวี

แสดงชุมชนทั้งหมด